จะเป็นอย่างไรเมื่อใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับด้าน

จะเป็นอย่างไรเมื่อใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับด้าน

สวัสดีครับทุกท่านสำหรับวันนี้ผมเองจะมาพูดเรื่องตลกขบขันที่ถ้าหากเราเป็นคนที่เจอกับสถานการณ์นั้นเองคงจะขำไม่ออกกันบ้างครับนั่นก็คือการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับด้าน

เมื่อถึงผ้าอ้อมสำเร็จรูปแล้วหลายคนอาจจะเคยเห็นรูปร่างของมันซึ่งมีลักษณะเหมือนกางเกงในหรือกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ที่เอาไว้สำหรับรองรับสิ่งปฏิกูลเปียกชื้นเช่นเหงื่อหรือปัสสาวะซึ่งหากดูจากรูปร่างของมันแล้วอบกเลยครับว่าเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่จะพลิกมันกลับด้าน

แต่ความอุตริของมนุษย์นั้นไม่เข้าใครออกใคร!

มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนตัวแสบของผมมันดันเกิดบ้าอะไรไม่รู้ถึงขนาดลงทุนหาทางนำผ้าอ้อมสำเร็จรูปเอาด้านในออกมาด้านนอกและเอาด้านนอกเข้าไปอยู่ด้านในซึ่งก็บังเอิญมีคุณลุงท่านหนึ่งที่มีปัญหาในเรื่องของการกลั้นปัสสาวะมาหยิบไปใช้พอดีซึ่งผลที่ได้ก็คือฉี่ราดรดกางเกงครับเพราะผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับด้านนั้นไมได้ช่วยอะไรเลย

สาเหตุที่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปไม่ซึมซับของเหลวในกรณีนั้นก็เนื่องมาจากว่าโดยทั่วไปแล้วแผ่นที่สำหรับรองรับการซึมเปื้อนนั้นโดยมากมักจะอยุ่เพียงแค่ด้านเดียวซึ่งก็คือด้านในส่วนด้านนอกนั้นจะเป็นแผ่นธรรมดาๆ ดังนั้นเมื่อผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับด้านกันมันจึงทำให้ส่วนที่เป็นแผ่นสำหรับซึมซับอยู่ด้านนอกและด้านในเป็นแผ่นธรรมดาๆ ดังนั้นมันจึงไม่ซึมซับหรืออุ้มน้ำนั่นเอง

สำหรับสถานการณ์ในวันนั้นคงไม่ต้องบอกนะครับว่ามันช่างน่าอับอายขนาดไหนโชคดีที่คุณลุงเขาใส่อยู่ในบ้านเลยไม่มีคนรู้เห็นมากนักซึ่งถ้าหากเป็นที่สาธาณณะแล้วล่ะก็ต้องใช้ปี๊บคลุมหัวอย่างเดียวเลยครับ

 

ข้อแตกต่างระหว่างผ้าอ้อมสำเร็จรูปกับผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม

ข้อแตกต่างระหว่างผ้าอ้อมสำเร็จรูปกับผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม

ในยุคที่หญิงไทยยังนิยมนุ่งผ้าถุงไม่เพียงสาวน้อยสาวใหญ่เท่านั้นที่จะมีโอกาสสวมใส่มัน ทารกแรกเกิดก็ถูกห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าถุงเช่นเดียวกันแต่เป็นผ้าถุงเก่าที่แปลงร่างเป็นผ้าอ้อมผืนสี่เหลี่ยม สำหรับเอาไว้รองรับการขับถ่ายที่ไม่เป็นเวล่ำเวลาของลูกน้อย

นับว่าเป็นการส่งต่อมรดกเสื้อผ้าที่คุ้มค่าและแจ่มแจ๋ว เพราะผ้าถุงเนื้อฝ้ายซึ่งผ่านสังเวียนการสวมใส่และซักตากมาเป็นแรมปีนั้นจะนุ่มสบายไม่ระคายผิวอันบอบบาง สามารถซับน้ำดี และแห้งได้ไว เมื่อครบถ้วนไปด้วยคุณสมบัติของการเป็นผ้าอ้อมขนาดนี้

กระทั่งผ้าถุงเสื่อมความนิยม ผ้าอ้อมที่ตัดเย็บจากผ้าถุงเก่าเนื้อฝ้ายก็พลอยสูญหายตามไปด้วย

 

บรรดาคุณแม่ลูกอ่อนยุคถัดมา จึงเลือกใช้ผ้าอ้อมที่ผลิตจากผ้าฝ้ายหรือผ้าสาลูเนื้อบางละเอียด แต่ไม่ว่าจะใช้ผ้าอะไรเป็นวัตถุดิบต้นทาง ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมที่จะต้องพับ ๆ ม้วน ๆ ให้ออกมาเป็นทรงคล้ายกับกางเกงนั้น ต่างก็มีข้อดีแบบเดียวกันคือ

  • ซักทำความสะอาดเพื่อเวียนกลับมานุ่งซ้ำได้ไม่รู้จบ
  • โดนทิ้งเมื่อไหร่ก็จะไม่อยู่ให้รกโลก เพราะใยผ้าจะย่อยสลายในเวลาประมาณ 6 เดือน

 

และสำหรับผ้าอ้อมสำเร็จรูปด้วยการที่จุดเด่นที่ดึงดูดใจคือ สะดวกใช้งาน ซื้อหาง่าย แถมยังไม่ต้องซักทำความสะอาด

ลูกขับปฏิกูลออกมาเต็มก้นเมื่อไหร่ก็ถอดทิ้งได้เลย ทำให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสามารถเข้ามาตีตลาดผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมได้เสียกระจุยตั้งแต่เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว และยืนยาวมาจนถึงขณะนี้

 

แต่ก็ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด ยังมีข้อเสียแอบแฝงที่พ่อแม่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือ…มันเป็นประดิษฐกรรมแห่งความสะดวกสบายที่แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง อายุการใช้งานที่จะหดสั้นเหลือเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมง ทำให้เยื่อกระดาษและชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกที่ประกอบร่างกันเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ลงไปนอนอยู่ในถังขยะก่อนเวลาอันควร

แทนที่อึฉี่ของลูกน้อยจะต้องถูกชะล้างลงไปในโถส้วมเหมือนการขับถ่ายของผู้ใหญ่ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับหมักหมมปฏิกูลเหล่านั้นไว้ภายใน กลายเป็นขยะติดเชื้อที่จะต้องได้รับการกำจัดด้วยวิธีการที่มีความเหมาะสม

ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นตัวการสะสมเชื้อโรคที่รอโอกาสแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม

ว่ากันว่า เด็ก 1 คนที่จะต้องสวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงสองขวบครึ่ง จะทำให้เกิดขยะติดเชื้อประมาณ 6,000 ชิ้น กองสูงเป็นภูเขาผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหม็นโฉ่ขนาด 2.5 ตัน และจะต้องใช้เวลาราวๆ 500 ปี สำหรับกระบวนการย่อยสลาย